สีมงคล สีนำโชคในแต่ละวัน ปี 2569

สีมงคล สีนำโชค ในแต่ละวัน ปี 2569

ปกติในวิดีโอดูดวงรายเดือนของผม แต่ละราศีจะมีสีนำโชคของแต่ละราศีอยู่แล้ว แต่ในบทความนี้จะเป็นสีที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ทุกวัน รวมถึงสีที่ไม่ควรใช้ด้วย

สีแต่ละสีนั้นสามารถเสริมพลังในเรื่องที่แตกต่างกันไป โดยในที่นี้จะเน้นที่ 3 เรื่องหลัก คือ

  1. การงาน : ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเรียน หรือการแก้ปัญหาต่างๆ
  2. การเงิน : โชคลาภ โดยเฉพาะเรื่องของการเงิน
  3. ความรัก : ช่วยเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และเสน่ห์

และยังมีสีกาลกิณี คือสีที่ไม่ควรใส่ในวันนั้น

การใส่สีมงคล สีนำโชคที่ง่ายที่สุดคงไม่พ้นการสวมเสื้อสีนั้นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมเรื่องกาละเทศะ ไม่ว่าคุณต้องการเสริมพลังมากแค่ไหน ความเหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่หากคุณต้องการที่จะใช้สีนั้นเสริมพลังจริงๆ ยังมีวิธีอื่นๆที่พอสามารถทำได้ ซึ่งผมได้เขียนไว้อยู่ในบทความก่อนหน้านี้

ตารางด้านล่างนี้จะเป็นสีนำโชค สีมงคลแยกตามวันต่างๆ ประจำปี 2569

วันอาทิตย์
การงาน ม่วง  ดำ
การเงิน เขียว
ความรัก ชมพู
กาลกิณี ฟ้า  น้ำเงิน
วันจันทร์
การงาน ส้ม  น้ำตาล
การเงิน ดำ  ม่วง
ความรัก เขียว
กาลกิณี แดง
วันอังคาร
การงาน ม่วง  ชมพู
การเงิน ส้ม  น้ำตาล
ความรัก ม่วง  ดำ
กาลกิณี เหลือง  ขาว  เทา
วันพุธ
การงาน ฟ้า  น้ำเงิน
การเงิน ม่วง
ความรัก ส้ม  น้ำตาล
กาลกิณี ชมพู
วันพฤหัสบดี
การงาน เหลือง  ขาว  เทา
การเงิน แดง
ความรัก ฟ้า  น้ำเงิน
กาลกิณี ม่วง  ดำ
วันศุกร์
การงาน เขียว
การเงิน ชมพู
ความรัก เหลือง  ขาว  เทา
กาลกิณี ม่วง
วันเสาร์
การงาน แดง
การเงิน ฟ้า  น้ำเงิน
ความรัก ม่วง
กาลกิณี เขียว

ข้อมูลจาก : The Mall Group (ประจำปี 2569)

วิธีใช้สีนำโชคในแต่ละเดือน

สีแต่ละสีที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันต่างมีพลังที่ซ่อนอยู่ บางสีสามารถทำให้เรามีพลัง บางสีทำให้เรารู้สึกสดชื่น หรือบางสีก็สามารถทำให้เรารู้สึกสงบ และมีสติ การใช้สีเพื่อเสริมพลังหรือนำโชค นอกจากจะทำเสริมพลังให้กับตัวเองแล้ว ผู้คนรอบๆก็สามารถได้รับผลหรือพลังจากสีนั้นๆด้วยเช่นกัน

การใช้สีเหล่านี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสีของเสื้อเพียงอย่างเดียว สำหรับเนื้อหาของโพสนี้จะพูดถึงการใช้สีในแบบต่างๆที่สามารถใช้ได้ เพื่อง่ายต่อการหา การพก ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

เครื่องแต่งกาย

ภาพประกอบวิธีใช้สีนำโชค ภาพที่ 1

อันนี้ง่ายที่สุดและค่อนข้างจะได้ผลที่สุด เพราะว่ามองเห็นได้ชัดเจน

สำหรับผู้หญิง เครื่องแต่งกายนั้นอาจจะเป็นทั้งเสื้อ กระโปรง รองเท้า หรือแม้แต่กางเกงก็ได้ และ สำหรับผู้ชายก็อาจจะเป็นเสื้อเชิ้ต โปโล รองเท้า หรือถุงเท้าก็ได้เช่นกัน

เครื่องประดับ

ภาพประกอบวิธีใช้สีนำโชค ภาพที่ 2

หากบางท่านที่ทำงานที่มีเครื่องแบบ อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนสีเสื้อของตัวเองให้เป็นสีนำโชคประจำเดือนนั้นๆได้ การใช้เครื่องประดับก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถนำสีนำโชคพกติดตัวไปได้

สำหรับผู้หญิง เครื่องประดับอาจจะเป็นได้ทั้ง กิ๊บติดผม ยางรัดผม สร้อยคอ ผ้าพันคอ ต่างหู หรือแหวน แม้กระทั่งกระเป๋าเงินก็ได้เช่นกัน

สำหรับผู้ชายก็อาจจะใช้เนคไท ผ้าเช็ดหน้า นาฬิกา หรือกระเป๋าเงินก็ได้เช่นกัน

สิ่งของอื่นๆที่นำติดตัวได้

ภาพประกอบวิธีใช้สีนำโชค ภาพที่ 3

หากท่านไม่สามารถสวมเครื่องประดับได้ ท่านก็สามารถพกสิ่งของที่มีสีนำโชคได้เช่นกัน เช่น ธนบัตร 20 (สีเขียว) 50 (สีฟ้า-น้ำเงิน) เป็นต้น หรือจะเป็นพวงกุญแจ ปากกา รูปภาพ หรือสำหรับผู้หญิงการทาเล็บก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้

หากไม่มีของเหล่านี้การพกเศษผ้า หรือเศษกระดาษก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ผลที่ได้อาจจะน้อยมากๆ

การทานอาหาร

ภาพประกอบวิธีใช้สีนำโชค ภาพที่ 4

การเลือกทานอาหารที่มีสีนำโชคก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องเลือกทานหน่อยโดยเฉพาะเดือนที่ท่านได้สีนำโชคที่เป็นสีแปลกๆ เช่นสีฟ้า สีเทา ซึ่งอาจจะหาอาหารทานได้ยาก แทนที่จะทานอาหารสีเหล่านั้นลองหาช้อน หรือภาชนะที่เป็นสีเหล่านั้นทดแทนได้เช่นกัน

การนั่งสมาธิ หรือเพ่งสี

ภาพประกอบวิธีใช้สีนำโชค ภาพที่ 5

หากหาไม่ได้แล้วจริงๆ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็หาสิ่งที่เป็นสิ่งของติดตัวไม่ได้ แนะนำให้ใช้การนั่งสมาธิระลึก หรือจินตนาการสีเหล่านั้น หรือหากไม่สามารถนึกถึงสีที่แน่นอนได้ ก็สามารถหารูปภาพ หรือค้นหาภาพจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นให้ทำสมาธิโดยดูภาพนั้นไปด้วย การทำสมาธิและการมองสีก็สามารถรับพลังจากสีนั้นๆได้เช่นกัน

การใช้สีนำโชค สีเสริมพลังเป็นเพียงแค่ตัวช่วยแค่ส่วนหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องลงมือทำ และใช้พลังเหล่านั้นในทางที่ถูกต้อง หากคุณทำอย่างเต็มที่แล้ว สีจะเสริมคุณให้ผลที่ออกมาดียิ่งขึ้นไปอีก

วิธีใช้เลขนำโชคในแต่ละเดือน

ตัวเลขแต่ละตัวมีความหมายที่แตกต่างกัน บางเลขหมายถึงการเริ่มต้น บางเลขหมายถึงความมั่นคง และบางเลขก็หมายถึงโชคลาภที่กำลังจะเข้ามา การใช้เลขเหล่านี้ไม่จำเป็นจะต้องนำไปเสี่ยงดวง ซื้อเลขท้าย หรือการพนัน การใช้เลขเหล่านี้กับเรื่องต่างๆ เช่น เวลา หรือจำนวนเงินก็ได้เช่นกัน

เลขท้ายธนบัตร

ภาพประกอบวิธีใช้เลขนำโชค ภาพที่ 1

หากคุณมีธนบัตรที่มีเลขท้ายเป็นเลขนำโชคของคุณประจำเดือนนั้น อย่าลังเลที่จะเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋าเงินของคุณ แต่ก็เก็บให้มิดชิดหน่อยเพื่อป้องกันเวลาคุณเผลอจะได้ไม่หยิบนำไปใช้

ผลรวมของเงินในกระเป๋า

ภาพประกอบวิธีใช้เลขนำโชค ภาพที่ 2

หากคุณหาเลขท้ายธนบัตรได้ยาก ก็สามารถใช้ผลรวมของเงินในกระเป๋าได้เช่นกัน ซึ่งกระเป๋าเงินนี้อาจจะแยกเอาไว้อีก 1 ใบ อาจจะเป็นกระป๋องเงิน หรือกระปุกก็ได้ แต่หากเลขนำโชคของคุณในเดือนนั้นเป็นเลข 0 ก็สามารถเก็บเงินให้ลงท้ายด้วย 0 ได้เหมือนกัน ไม่แนะนำให้ใช้เงินจนเหลือ 0 นะครับ

เวลาที่จะทำสิ่งต่างๆที่สำคัญ

ภาพประกอบวิธีใช้เลขนำโชค ภาพที่ 3

คุณอาจจะใช้ช่วงเวลาที่เลขนำโชคของคุณปรากฏอยู่ ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมง นาที หรือแม้แต่วินาที แต่หากเดือนนั้นคุณได้เลขที่มากกว่า 60 ขึ้นไป คุณอาจจะรวมเลขนำโชคแต่ละหลักก่อน เช่น 1000 ก็จะได้เป็น 1+0+0+0 => 1 เลข 1 ก็เป็นเลขนำโชคได้เช่นกัน

จำนวนบทสวด หรือจำนวนนาทีที่ใช้นั่งสมาธิ

ภาพประกอบวิธีใช้เลขนำโชค ภาพที่ 4

หากคุณสวดมนต์หรือนั่งสมาธิเป็นประจำ การใช้เลขนำโชคเป็นตัวกำหนดระยะเวลาหรือจำนวนบทสวดก็สามารถใช้ได้เช่นกัน หากเลขนำโชคในเดือนนั้นของคุณเป็นเลขที่เยอะมาก เดือนนั้นคุณอาจจะแบ่งเป็นส่วนๆเพื่อทำให้ได้ครบทั้งเดือนก็ได้ เช่น เลข 100 คุณอาจจะแบ่งเป็น 10 บท ใน 10 วัน หรือนั่งสมาธิ 5 นาที 20 วันก็ได้

เลขเด็ด เสี่ยงดวง

ภาพประกอบวิธีใช้เลขนำโชค ภาพที่ 5

อันนี้แนะนำว่าให้เล่นแต่พอดี เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้และเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ หากมีเลขจากที่อื่นๆ เช่น จากข่าว จากเพื่อนๆ แล้วเลขนั้นตรงกับของเราพอดี ก็มีโอกาสที่เลขนี้จะเป็นเลขของเราจริงๆ

การใช้เลขนำโชค เลขเสริมพลังเป็นเพียงแค่ตัวช่วยแค่ส่วนหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องลงมือทำ และใช้พลังเหล่านั้นในทางที่ถูกต้อง หากคุณทำอย่างเต็มที่แล้ว ตัวเลขจะเสริมคุณให้ผลที่ออกมาดียิ่งขึ้นไปอีก

The Fool เริ่มใหม่แบบไม่มีอะไรเลย

สวัสดีปีใหม่ ปี 2018 เป็นอีกหนึ่งปีที่ผ่านไปแบบงงๆ ไม่น่าเชื่อว่าปี 2017 นั้นมันจะผ่านไปเร็วขนาดนี้

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ค่อนข้างที่จะทุ่มเทในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง Tarot ในปีที่ผ่านมาก็ได้ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับไพ่มาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหมาย เทคนิค การวางไพ่ แม้แต่เทคนิคความสัมพันธ์ของเลข ธาตุ และโหราศาสตร์ ยิ่งทำให้รู้สึกว่า Tarot มันมีอะไรให้ศึกษาเยอะมากจนบางทีแทบจะจับทางไม่ถูกว่าเรื่องไหนเชื่อมกับเรื่องไหน หรือพอศึกษาจบแล้วก็ไปต่อไม่ถูกว่าต้องรู้อะไรต่อ

แต่พอได้ศึกษาอะไรมาเยอะ ก็เริ่มมีคำถามเดิมๆที่เคยคิดไว้เมื่อนานมาแล้วว่า แล้ววิธีไหนได้ผลสุด แบบไหนแม่นสุด พอลองใช้สิ่งที่ศึกษามา เคร่งครัดในหลักการ มันก็ได้ผลออกมาที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บางครั้งมันก็ทำให้เรายึดติดจนอ่านไพ่ไม่ออกเลยก็มี แล้ววิธีที่ศึกษามาเพิ่มนี้มันใช้ได้จริงหรอ

จนมานึกถึงวันแรกๆที่เริ่มอ่านไพ่ วันที่ไม่มีหลักการอะไรเลย แต่มันกลับทำให้การอ่านไหลลื่นแบบไม่ติดขัด หรือว่าการที่ไม่ยึดติดกับอะไรมันจะดีกว่า

หากเปรียบเทียบกับไพ่ Major ทั้ง 22 ใบ ตอนนี้ก็คงคิดว่าอยู่ที่ The World มันตัน มันมีกรอบ เรารู้ว่ามันมีเทคนิคที่สวยงาม และน่าใช้มากมายอยู่รอบตัว แต่เราจะใช้มันอย่างไรไม่ให้มันรัดตัวจนขัดขวางการอ่านไพ่ของเรา

พอลองมองไพ่ และลองนึกต่อไป เหมือนเคยอ่านที่ไหนซักที่ว่า The World นั้นเป็นจุดสิ้นสุดของสิ่งที่เราทำอยู่ มันไม่ใช่จุดสิ้นสุดจริงๆ มันเป็นปลายทางที่พร้อมจะให้ต้นทางของเส้นทางอื่นมาเชื่อมต่อให้เราเดินต่อไป เปรียบเหมือนวันสิ้นปี ที่ไม่ได้จบแล้ววันเวลาหายไป แต่เป็นวันที่พร้อมที่จะให้วันต้นปีของปีถัดไปมาเชื่อมต่อให้เราดำเนินชีวิตต่อไป

บางทีปีที่แล้วอาจจะเป็นจุดสิ้นสุดของการศึกษาเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ปีนี้กลับมาเป็น The Fool อีกครั้ง เริ่มต้นในแบบของตัวเอง เริ่มต้นโดยไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องเคร่ง ปล่อยให้สัญชาตญาณเป็นตัวดึงเทคนิคเหล่านั้นออกมาเอง

เอาล่ะ ลองกันใหม่ ลองออกจากกรอบอันสวยหรูของ The World และมาเดินทางแบบ The Fool กันใหม่

แบบไม่มีอะไรเลย….

Screenshot_20170715-222052

Other : บันทึก ณ จุดเริ่มต้น

ย้อนกลับไปเมื่อสมัยยังเด็กๆ ตอนนั้นยังเป็นเด็ก Nerd ธรรมดาที่ชอบอ่านหนังสือ ทดลองวิทยาศาสตร์ เล่นเกมไปเรื่อยตามประสาเด็กๆ เมื่อก่อนนั้นยังไม่มีความเชื่อแม้แต่เรื่องผี หรือเรื่องเวทมนตร์เลยด้วยซ้ำ

แต่พอมาวันหนึ่งลุงได้พาไปที่ท้องฟ้าจำลอง แถวๆเอกมัย และได้ดูดาวในท้องฟ้าจำลองเป็นครั้งแรก พร้อมกับรู้จักระบบสุริยะ ทำให้เกิดความสงสัยในใจว่า พวกนี้มันคืออะไร แล้วมันต้องมี 9 ดวง (ไม่รวมโลก)คำถามอะไรต่อมิอะไรก็ผุดขึ้นเต็มหัวไปหมด

แล้วแถวๆนั้นก็ดันมีร้านหนังสืออยู่ จากการที่เป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วก็เลยแวะเข้าไปหาหนังสือที่เกี่ยวกับดาว อวกาศอะไรทำนองนี้ จากที่คาดหวังว่าจะได้หนังสือเกี่ยวกับดาวอย่างเดียว ดันได้หนังสือที่เกี่ยวกับโหราศาสตร์มาด้วยซะงั้น (ซึ่งหนังสือเล่มนั้นกะว่าจะถ่ายมาให้ดู แต่ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้) เลยทำให้รู้ว่า นอกจากดาวที่เราเห็นในระบบสุริยะแล้ว ยังมีกลุ่มดาวอีก 12 กลุ่ม แถมแต่ละกลุ่มยังมีความหมายที่เกี่ยวกับการทำนาย การทายนิสัยอีกด้วย

นั่นคือจุดที่เริ่มรู้จักกับการทำนายโดยใช้ราศีเป็นครั้งแรก แต่เนื่องจากยังเด็กเลยไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดเท่าไหร่ แต่ก็สามารถท่องชื่อดาว สัญลักษณ์ของดาว และราศีได้ครบทุกตัว แถมเขียนได้อีกด้วย

สัญลักษณ์ 12 ราศีเรียงเป็นวงกลม

จากนั้นพอขึ้น ม.ต้น ก็เริ่มรู้จักเรื่องของเวทมนตร์มากขึ้นผ่านหนังสือ Harry Potter ประกอบกับเจอเพื่อนที่ชอบเรื่องนี้เหมือนกันก็เลยได้รู้จักทั้งการประกอบพิธี คาถา และการทำนายแบบต่างๆ (ถึงแม้ตอนนั้นจะยังเด็กแต่ก็ดูจริงจังมากๆ 5555)

ตั้งแต่นั้นมาก็เลยชอบเรื่องการทำนายมาโดยตลอด โดยอุปกรณ์ชิ้นแรกที่ซื้อมาคือ หนังสือ “Book of answer” หรือชื่อภาษาไทยว่า “ที่นี่ มี คำตอบ”

IMG_20161023_213743

เป็นหนังสือที่ให้คำตอบแบบกว้างๆ ถ้าเปรียบง่ายๆคงเหมือนเซียมซี แต่ข้อความสั้นกว่ามาก เป็นหนังสือที่ใช้เวลาอยากได้คำแนะนำ หรือยืนยันคำตอบก็ใช้ได้เหมือนกัน

ชิ้นที่ 2 ที่ได้มาติดๆกันนั้นคือไพ่ RWS Tarot ของอาจารย์ขุนทอง ที่มากับหนังสือ “ตำรายิปซี ภาคพิสดารปี 2000” ตอนนี้หนังสือไม่รู้หายไปไหนแล้ว แต่ไพ่ยังเก็บรักษาไว้อยู่ เป็นไพ่ที่หนามาก และทนพอสมควร ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่เลย (ไม่น่าเชื่อว่า 17 ปีแล้ว 55555)

wp-1496935974500.jpg

แต่พอขึ้น ม.ปลายก็ไม่ได้แตะต้องของพวกนี้อีกเลย จนกระทั่งทำงาน นับเวลารวมก็ประมาณเกือบ 10 ปี (โอ้แม่เจ้า) ที่ได้กลับมาจับของพวกนี้อีกก็คงเป็นเพราะได้ไปดูดวงกับเพื่อนคนนึง แล้วเหมือนได้ความประมาณว่าอาจจะได้เป็นเจ้าสำนัก ร่างทรงอะไรพวกนี้ ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องการดูดวงหรือเปล่า แต่ก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่

พอกลับมาบ้านเลยคิดว่าลองหาดูซักหน่อย เผื่อยังไม่ได้ทิ้งไป เลยลองเดินไปที่ตู้เก็บของ (ที่เก่าและไม่ได้เปิดมานานมาก) พอเปิดปุ๊บก็เจอปั๊ปเลย ความรู้สึกตอนนั้นคือ “อืมมมม คงใช่แล้วล่ะ” เป็นการต้อนรับการกลับมาที่รวดเร็วดีจริงๆ

หลังจากนั้นก็ได้เริ่มศึกษาเรื่องไพ่อย่างจริงจัง(มากๆ) เนื่องจากเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว (แต่ไม่ค่อยได้อ่านไพ่ 5555) เลยได้รู้อะไรเกี่ยวกับไพ่เยอะมาก ทั้งด้านที่เกี่ยวกับการทำนาย และที่ไม่เกี่ยวกัน บางเรื่องก็ทำให้เราได้อึ้งเหมือนกันว่าสิ่งที่เราเคยเชื่อมา มันไม่ใช่เลย

ดังนั้น หลังจากที่ร่าย มินิประวัติการเข้ามาในวงการนี้ของตัวเองมาตั้งนานแล้ว หลังจากนี้อาจจะทยอยเขียนเรื่องไพ่ในแนวความคิดของตัวเองบ้าง บางทีอาจจะไม่ตรงกับในหนังสือ(ของไทย) หรือบางทีอาจจะไม่ตรงกับของใครเลยก็ได้ โดยส่วนตัวคิดว่าไพ่มันไม่ได้มีความหมายเดียว และมันยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังอีกเยอะมากที่ต้องตามไปขุดมาศึกษา หวังว่าจะทำได้ครบทุกใบ (และอาจจะทุกสำรับ ถ้ามีกำลังพอ 555555)

ปล.หากใครที่เข้ามาอ่าน ก็ขอขอบคุณมากที่อ่านมาได้จนถึงตรงนี้ หลังจากนี้ไปคงไม่ใช่เรื่องของตัวผมเองละ จะเป็นเรื่องของไพ่มากกว่า ถ้าใครสนใจการเขียนแนวนี้ก็สามารถติดตามได้นะครับ 🙂

Other : เล่าให้ตัวเองฟัง

นานมาแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มา update อะไรในนี้เลย วันนี้เลยมาเขียนอะไรนิดๆหน่อยๆ

เดิมทีที่ blog นี้กะว่าจะทำเป็นที่เก็บข้อมูลและเผยแพร่แนวคิดต่างๆที่เกี่ยวกับไพ่ให้คนอื่นได้รู้บ้าง แต่ทำไปทำมา แรงจูงใจเริ่มหดหาย ไม่รู้เพราะไม่มีคนมาอ่านหรือความสม่ำเสมอมันหดหายกันแน่ 55555

คราวนี้เลยคิดว่าคงต้องปรับเปลี่ยนวิธีกันอีกที คราวนี้อาจจะเป็นแบบเล่าเรื่องให้ตัวเราเองซะมากกว่า เอาสิ่งที่คิด หรือสิ่งที่นึกได้ในแต่ละวันมาทยอยเขียนลงไปบ้าง ถือว่าเป็นบันทึกประจำวันเลยก็ได้ หวังว่าคราวนี้คงสม่ำเสมอกว่าเดิมนะ 555555

จำได้ว่าเมื่อก่อนสมัยอยู่มหาวิทยาลัยนั้นชอบเขียน Blog มาก แต่หลังๆโดน Social Media อื่นๆดึงเวลาและความสนใจไปหมดเลย จากคนที่ขยันเขียนดันกลายเป็นคนขยันคิดอย่างเดียว (แถมไม่ลองลงมือทำด้วยนะ)

ครั้งนี้ตั้งเป้าหมายไว้กับตัวเองไว้เลยดีกว่าแบบง่ายๆ เขียนให้ได้อาทิตย์ละ 3 เรื่องก็ยังดี การเขียนอาจจะไม่มีความเป็นวิชาการเลยอยู่ก็ได้ เพราะอาจจะเป็นการคิดออกแล้วก็เขียนเลย อาจจะไม่มีการเรียบเรียงคำพูดที่มันดี ดูเป็นทางการเท่าไหร่ เพราะจุดประสงค์คือ อยากให้กลับมาเขียน Blog อีกครั้ง และเขียนเพราะอยากเขียนจริงๆ แต่ถ้ามันแต่เรียบเรียงคำพูดสวยๆ คงหมดแรงก็ที่จะได้เขียนออกมาแน่นอน

ส่วนใครจะอ่านไม่อ่านนั้น ให้บอกกับตัวเองไว้เสมอว่า ที่นี่คือที่ถ่ายทอดสิ่งที่เรามีต่อไพ่ และอาจจะรวมถึงศาสตร์อื่นๆที่อยู่ในวงการนี้ บางครั้งอาจจะไปขัดความเชื่อใคร ตรงนี้ก็ต้องระวังเอาไว้หน่อย

เดิมทีเป็นคนที่ชอบค้นคว้า หาข้อมูลมายืนยันว่าสิ่งที่เราเชื่อนั้นจริง เพราะงั้นบางทีกว่าจะได้มาเขียนอะไรซักเรื่อง ก็หมดเวลาไปกับการค้น หรือคุ้ยหาข้อมูลซะนาน เพราะฉะนั้นการเขียนต่อจากนี้คงเป็นอะไรที่ผสมปนเปไปหมด แต่ก็จะพยายามเรียบเรียงให้มันดีๆเข้าไว้ละกัน

กะว่าจะเขียนนิดเดียว ดันเขียนมาซะเยอะมาก เอาไว้แค่นี้ก่อนละกัน คราวหน้าจะเขียนเรื่องของตัวเองว่าที่ไปที่มาของการเข้ามาในศาสตร์ดูดวง หมอดู ดูไพ่ หรืออะไรก็แล้วแต่ มันเริ่มมายังไง เป็นการเตือนตัวเองทางอ้อมว่า เอ็งเดินมาไกลมากแล้วนะ 555555

จบแบบนี้เลยละกัน ไม่อยากหาคำพูดสวยหรูมาใส่ 55555