หาลัคนาของตัวเองโดยประมาณ (แบบตะวันตก)

Featured

ในการดูดวงตามราศีเกิดสิ่งที่ผู้มาดูควรจะรู้นอกจากราศีแล้ว ลัคนายังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้การดูดวงครั้งนั้นๆ เฉพาะเจาะจงกับเรามากขึ้น ในที่นี้จะแบ่งการหาลัคนาตามระบบของตะวันตก หากใครสนใจการหาลัคนาแบบไทยสามารถดูได้ที่โพสนี้

สำหรับโพสนี้จะเป็นการสอนการหาลัคนาของแต่ละท่านโดยอาศัย วัน/เดือน เกิด และเวลาเกิด ซึ่งถ้าหากท่านใดไม่ทราบเวลาเกิดก็จะไม่สามารถหาลัคนาได้

การหาลัคนาโดยประมาณเท่านั้น อาจจะมีการคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงอยู่บ้าง ซึ่งหากต้องการให้ถูกต้อง 100% อาจจะต้องให้การคำนวณที่ยุ่งยาก ซึ่งบางท่านอาจจะไม่สะดวก ผมจึงตัดสินใจใช้ตารางการหาลัคนาโดยประมาณ เพื่อความสะดวกในเบื้องต้น ซึ่งการหาโดยละเอียดนั้นสามารถทำการคำนวณได้ตาม link นี้

การใช้นั้นง่ายมาก โดยใช้ตารางด้านล่างนี้

  1. ด้านบนเป็น วัน/เดือน เกิด
  2. ด้านข้างเป็น เวลา เกิด (หากใครไม่ทราบเวลาเกิดให้ใช้เวลาเกิดเป็น 06:00 แทนนะครับ)

ตัวอย่างการหาลัคนา :

  • เกิดวันที่ 13 เม.ย. เวลา 13:13 น. จะได้ลัคนาเป็นราศี กรกฎ
  • 13 เม.ย. อยู่ในหลัก หลัก 21 มี.ค. – 20 เม.ย. (หลักที่ 4 จากซ้าย)
  • 13:13 น. อยู่ในแถว 12:00 – 13:59 (แถวที่ 7 จากบน)

 

ตารางลัคนาโดยประมาณ

เมื่อได้ลัคนาแล้ว ก็สามารถชมคลิปของแต่ละราศีได้เลยครับ โดยการ คลิ๊กที่นี่ เพื่อไปชมคลิปดูดวงเดือนล่าสุด

หรือหากท่านใดไม่มั่นใจ ก็สามารถโพส วัน เดือน เวลา ไว้ที่วิดีโอนั้นๆได้เลยนะครับ (แนะนำว่าหากใครเกิดช่วงระหว่างรอยต่อ แนะนำให้ตรวจสอบเพิ่มเติมครับ)

ไพ่ยิปซีกับความรัก

คำถามยอดฮิต

คำถามเรื่องความรักถือเป็นคำถามยอดฮิต ติด 1 ใน 3 ของคำถามที่คนมาดูดวงส่วนใหญ่ต้องถาม ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่บางครั้งเราก็ต้องการจะรู้ว่าความรักที่เรามีอยู่ (หรือยังไม่มีก็ตาม) จะมีแนวโน้มในอนาคตอย่างไร

Heart Of Loveคำถามส่วนใหญ่ที่จะถามกันก็คงไม่พ้น เมื่อไหร่จะมีเนื้อคู่ เนื้อคู่หน้าตาเป็นอย่างไร คนที่คบอยู่จริงใจแค่ไหน จะได้แต่งงานกันไหม บางครั้งอาจจะลุกลามไปถึงบุคคลที่ 3 อย่าง เขามีกิ๊กหรือเปล่า คนนั้นคิดอะไรกับแฟนเรา เขาจะคืนดีกับแฟนเก่าไหม อาจจะหลากหลายมากกว่านี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าคนที่มาถามนั้น อยู่สถานะใด

แล้วคำถามแบบไหนที่ควรถาม ?

ผมเคยอ่านบทความหนึ่งของต่างประเทศที่ได้เขียนประโยคที่จับใจประโยคหนึ่งคือ อย่าใช้ไพ่เป็น Spy ในการอ่านใจคนอื่น ซึ่งผมก็เห็นด้วย

คำถามเกี่ยวกับความรักที่ดี ควรเป็นคำถามที่เอาไว้ตอบเพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้ได้เอง ไม่ใช่เป็นการสืบเพื่อจ้องจับผิดอีกฝ่าย ซึ่งตามความเห็นของผมนั้น มันไม่มีประโยชน์ซักเท่าไหร่ อถมยังทำให้เข้าใจผิดกันไปเสียเปล่าด้วย

คำถามที่ดีเกี่ยวกับความรักควรถามประมาณว่า

      • มุมมองความรักของเราในตอนนี้เป็นอย่างไร
      • เราทำอะไรได้กับความรักครั้งนี้
      • สิ่งที่เราต้องปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหา
      • สิ่งที่เราคาดหวังกับสิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบัน

ซึ่งเป็นคำถามที่เกี่ยวกับตัวเราล้วนๆ ทำให้เราสามารถใช้คำตอบที่ได้ไปพัฒนาความรักได้ดีขึ้น

เขา เธอ มันคิดอย่างไรกับเรา?

Thinking Woman

การถามถึงบุคคลที่ 3 เป็นสิ่งที่ค่อนข้างลำบากในการอ่านไพ่ และคำตอบที่ได้บางครั้งอาจจะไม่มีประโยชน์มากนัก บางครั้งอาจจะทำให้เราคิดฟุ้งซ่านมากกว่า (โดยเฉพาะเมื่อได้รับคำตอบที่ไม่ดีนัก)

ตัวผมเองไม่ค่อยชอบคำถามแนวนี้นัก เหตุผลหลักก็คือ บุคคลที่ 3 เขามีความคิดเป็นของตัวเขาเอง และมีปัจจัยต่างๆ เข้ามามีผลมากจนบางครั้งทำให้คำตอบนั้นคลาดเคลื่อนสูง และที่สำคัญคือ แม้คำตอบจะแม่นยำเพียงไร เราก็ไม่อาจจะนำคำตอบนั้นไปใช้ได้กับเขา 100%

ตัวอย่างเช่น หากถามว่า แฟนคนปัจจุบันจะกลับไปคบกันแฟนเก่าไหม สมมติว่าคำตอบคือ ไม่ เราก็ยังไม่สามารถมั่นใจได้ 100% ว่าเขาจะไม่คบกัน คำตอบที่เราได้มา เราไม่สามารถนำไปบังคับเขาได้ทั้ง 2 คน และมีอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับเขาที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น เพื่อน พ่อแม่ของเขาฃ

คำถามที่ควรถามในกรณีคือ เราควรทำตัวอย่างไรเพื่อให้เขาไม่กลับไปคบกับแฟนเก่า ซึ่งคำตอบที่ได้มาย่อมมีประโยชน์กว่า เพราะคุณสามารถใช้คำตอบนั้นในการควบคุมสถานการณ์ได้

ไพ่แย่ แปลว่าต้องเลิกลากันไปจริงหรือ?

Broken Heart Painting

เป็นเรื่องปกติที่ไพ่แย่ๆ บางทีมันก็โผล่ขึ้นมา แต่ไม่จำเป็นเสมอไปที่ว่าไพ่ใบนั้นจะบอกว่าคุณต้องเลิกกัน (หรืออกหัก)

หลายๆกรณีไพ่แย่ๆ มักจะช่วยเตือนก่อนที่เหตุการณ์มันจะเลวร้ายไปกว่านี้ สิ่งที่เราควรตระหนักคือ เราจะทำอย่างไรหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น การเปิดไพ่เพิ่ม หรือการดูความหมายอีกมุมหนึ่งจะช่วยให้เราหาคำตอบได้ดีขึ้น

ดังนั้นบางครั้งถ้าคุณเจอคนอ่านไพ่เกี่ยวกับความรักที่มีแต่ในแง่ลบ (มีชู้ เลิกรา ทะเลาะ ตบตี) ให้รู้ไว้ว่า ไพ่ทุกใบยังมีความหมายอีกด้านเสมอที่เขาอาจจะไม่ได้พูดถึงมัน

สรุป

เรื่องความรัก เป็นเรื่องของคุณ (สำหรับคนโสด) เป็นเรื่องของคน 2 คน (สำหรับคนมีคู่) และบางครั้งมันเป็นเรื่องของคนอื่น (สำหรับบุคคลที่ 3) สิ่งที่สำคัญเวลาคุณจะถามเกี่ยวกับเรื่องของความรัก สิ่งที่ต้องคำนึงคือคำตอบที่ได้มามีประโยชน์กับตัวคุณขนาดไหน คำตอบที่ดีควรแนะนำคุณให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาได้ คำตอบที่แย่คือคำตอบที่ทำให้คุณฟุ้งซ่านและระแวง ลองเลือกดูว่าคุณต้องการแบบใด แต่จำไว้ว่าไพ่ทุกใบมีความหมายอีกด้านเสมอ ลองหาความหมายอีกด้าน คุณอาจจะเจอคำตอบก็ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความหมายไพ่ยิปซี – ความรัก (กำลังจัดทำ….)

ลัคนาคืออะไร? สำคัญไหม?

บางครั้งทุกท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่าลัคนาจากอาจารย์หลายๆ ท่าน และบางครั้งคงสงสัยว่าลัคนาคืออะไร ราศีเกิดกับลัคนาเหมือนกันไหม แล้วมันสำคัญยังไง ในบทความชิ้นนี้ผมจะพยายามให้ง่ายและให้เห็นภาพมากที่สุดเพื่อให้คลายความสงสัยกันครับ

ลัคนาคืออะไร

ลัคนา คือ ตำแหน่งของขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก หากลองจินตนาการถึงขอบฟ้า ตำแหน่งนี้ก็คือตำแหน่งพระอาทิตย์ขึ้นมาจากขอบฟ้านั้นเอง

Image result for sun rise

แล้วลัคนาตามหลักโหราศาสตร์ล่ะ คืออะไร ลองจินตนาการกันอีกซักเล็กน้อยว่าเราเห็นกลุ่มดาวทั้ง 12 ราศีอยู่บนท้องฟ้า คราวนี้ลองหันหน้าไปยังขอบฟ้าทางทิศตะวันออกอีกครั้ง กลุ่มดาวราศีใดก็ตามที่อยู่ตำแหน่งขอบฟ้า นั่นแหละคือลัคนาราศีของคุณ

ราศีเกิดกับลัคนาเหมือนกันไหม

ราศีเกิด ตามคำนิยามของผมเองก็คือ คุณเกิดในช่วงเวลาไหน (วันและเดือน) ตรงกับราศีใด คุณก็จะมีราศีเกิดนั้นๆ เช่น หากคุณเกิดในช่วงวันที่ 22 ธันวาคม ถึง 20 มกราคม คุณจะมีราศีเกิดอยู่ในราศีมังกร ซึ่งราศีเกิดนี้ได้จากการดูตำแหน่งของจุดวิษุวัต เทียบกับกลุ่มดาวบนท้องฟ้า (รายละเอียดของการแบ่งราศีตามวันที่)

แต่เนื่องจากลัคนาเราดูจากกลุ่มดาวบริเวณขอบฟ้า ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ตำแหน่งของกลุ่มดาวจะไม่ตรงกัน เพราะว่าตำแหน่งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องจากโลกของเราหมุนรอบตัวเองไปเรื่อยๆ ดังนั้นการจะหาลัคนาของตัวเองได้ จำเป็นจะต้องรู้เวลาเกิดด้วยเพื่อจะได้ลัคนาที่มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น

เรามาดูตัวอย่างกันนิดนึง ภาพด้านล่างจะเป็นกราฟดวงที่บางคนอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง ด้านซ้ายจะเป็นทิศตะวันออก จุด A คือจุดลัคนา จุด ⊙ คือดวงอาทิตย์

กราฟนี้เป็นของคนที่เกิดวันที่ 10 มกราคม 2500 ซึ่งตามราศีเกิดจะอยู่ในราศีมังกร

ภาพแรกเป็นกราฟช่วงเวลา 06:00 น. จะเห็นได้ว่าตอนนี้ลัคนาจะอยู่ในราศีมังกร (♑)

ตำแหน่งลัคนา เวลา 6:00 น.

ภาพที่ 2 จะเป็นช่วงเวลา 10:00 น. จะพบว่าราศีนี้ได้ขยับจากราศีมังกรไปเป็นราศีมีนแล้ว (♓) (แต่ลัคนาอยู่ตำแหน่งเดิม)

ตำแหน่งลัคนา เวลา 10:00 น.

จะเห็นได้ว่า แม้จะเกิดวันเดียวกัน แต่เวลาต่างกัน ลัคนาก็กลายเป็นคนละราศีกันแล้ว เพราะฉะนั้นหากต้องการทราบลัคนาอย่างละเอียด ก็ควรที่จะทราบเวลาเกิดที่แน่นอนด้วยเช่นกัน

(บางคนอาจจะเคยไปดูดูวง หรือไปสะเดาะเคราะห์ แล้วจำเวลาเกิดไม่ได้ หากหมอดูเขาให้เขียนเวลาเกิดเป็น 06:00 ก็ให้แอบคิดได้เลยว่าลัคนากับราศีเกิดของท่านอาจจะเป็นราศีเดียวกัน)

แล้วมันสำคัญยังไง

สำหรับในทางโหราศาสตร์สำคัญมาก เนื่องจากเป็นจุดที่อธิบายถึงตัวตนของคุณเอง และส่วนใหญ่การดูดวงในทางโหราศาสตร์นั้น มักดูความสัมพันธ์ระหว่างจุด เช่น การทำมุมระหว่างลัคนากับดาวเสาร์ ตำแหน่งดาวกับราศีต่างๆ ซึ่งหากกำหนดจุดลัคนาไม่ถูกต้อง ความสัมพันธ์ต่างๆของดาวในดวงของคุณก็จะไม่ถูกต้องไปด้วย (แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะอาจารย์ทางโหราศาสตร์แต่ละท่านจะตรวจสอบลัคนาก่อนดูดวงทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าท่านมีลัคนาที่ถูกต้องจริงๆ โดยเฉพาะคนที่เกิดคร่อมราศีทั้งหลาย)

แล้วสำหรับการดูไพ่ล่ะ จริงๆ ลัคนามีผลต่อการดูไพ่บ้างบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด หากเป็นการดูไพ่รายบุคคล หรือตัวต่อตัว ในความคิดผมนั้นแทบไม่ต้องใช้ลัคนาเลยก็ได้ แต่สำหรับการดูดวงรายเดือนตามราศีนั้น การใช้ลัคนาจะทำให้การดูดวงนั้นมีความเจาะจงไปในแต่ละคนมากยิ่งขึ้น ไม่ได้ครอบคลุมแค่วันที่เท่านั้น แต่เป็นลัคนาด้วย

ดังนั้นไม่ว่าท่านจะทราบลัคนาหรือไม่ ท่านก็ยังสามารถดูดวงโดยใช้ราศีเกิดได้อยู่ สำหรับการดูดวงด้วยไพ่ทาโร่ต์

หวังว่าบทความนี้จะทำให้ใครหลายๆคนเข้าในเรื่องลัคนากันมากขึ้นนะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
  1. การหาลัคนาโดยประมาณ ตามหลักโหราศาสตร์ตะวันตก
  2. การหาลัคนาโดยละเอียด ตามหลักโหราศาสตร์ตะวันตก
  3. การหาลัคนาโดยประมาณ ตามหลักโหราศาสตร์ไทย

ทำไมหมอดูบางคนแบ่งราศีตามวันเกิดไม่เหมือนกัน

คนที่เข้ามาดูคลิปดูดวงของผมหลายๆ คนมักถามบ่อยๆว่า ทำไมการแบ่งวันที่ของผมนั้นไม่เหมือนกับอาจารย์ท่านอื่นๆ เลย บางท่านใช้ช่วงวันเกิดแบบหนึ่ง ส่วนอีกคนก็ใช้อีกช่วงหนึ่ง ทำให้คนมาดูแอบสับสนเล็กๆ ว่าสรุปแล้วเราอยู่ราศีใดกันแน่

สิ่งแรกที่อยากจะบอกก่อนคือ โหราศาสตร์นั้น ไม่ได้มีแต่ในไทยอย่างเดียว แต่มีใช้กันอยู่ทั่วโลก ที่เป็นที่รู้จักกันก็จะมี โหราศาสตร์ไทย และโหราศาสตร์ตะวันตก (อาจจะมีแบบอื่นๆอีก) ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้ ต่างมีวิธีดูและวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน จึงส่งผลให้การแบ่งวันที่ตามราศีไม่เหมือนกัน ซึ่งในบทความนี้จะอธิบายว่า ทำไมการแบ่งวันที่ของอาจารย์แต่ละท่าน (หรือโหราศาสตร์แต่ละแบบ) ถึงแตกต่างกัน

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณข้อมูลจ้าคุณ STL จาก pantip.com ที่อธิบายละเอียดมาก คนที่สนใจสามารถดูกระทู้ต้นฉบับได้ที่นี่

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่าครับ

หากคนที่เคยดูดวงตามวันเกิดจะพบว่า การแบ่งวันที่ที่เคยเห็นนั้นจะมีอยู่ 2 แบบคือ

ตัวอย่างราศีมังกร

    • แบบที่ 1 :  15 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ (ตามโหราศาสตร์ไทย)
    • แบบที่ 2 : 22 ธันวาคม-20 มกราคม (ตามโหราศาสตร์ตะวันตก)
แบบที่ 1

การแบ่งวันที่ตามแบบที่ 1 หรือตามโหราศาตร์ไทยเป็นการแบ่งโดยดูจากท้องฟ้าเป็นหลัก โดยดูจากกลุ่มดาวแต่ะราศีและดวงอาทิตย์ เมื่อไหร่ก็ตามที่ดวงอาทิตย์ย้ายตัวจากกลุ่มดาวหนึ่งมาอีกอัน ก็ถึอว่าเป็นการย้ายราศีแล้ว ซึ่งเมื่อดูเทียบจ้าท้องฟ้าและวันที่จะพบว่าใกล้เคียงกัน

ตัวอย่างของดวงอาทิตย์ที่กำลังย้ายเข้าราศีเมษ (ภาพของคุณ STL จาก pantip.com)

แบบที่ 2

การแบ่งแบบที่ 2 หรือการแบ่งตามโหราศาสตร์ตะวันตก จะไม่ได้สังเกตจากดวงอาทิตย์เทียบกับกลุ่มดาว แต่เป็นการใช้จุดอ้างอิงเทียบกับกลุ่มดาวแทน หลักการจะคล้ายกันคือเมื่อจุดนี้ย้ายเข้าสู่ราศีใดก็ถือว่าเป็นการย้ายเข้าราศีนั้นแล้ว

จุดอ้างอิงนั้นคือ จุด วิษุวัต หรือฝรั่งเรียกว่า จุด Equinox ซึ่งก็คือจุดตัดของเส้นผ่าศูนย์กลางฟ้ากับ เส้นสุริยวิถี

ตัวอย่างของจุด Equinox ที่กำลังย้ายเข้าราศีเมษ (ภาพของคุณ STL จาก pantip.com)

ดังนั้น เมื่อจุดอ้างอีกที่ใช้ต่างกัน การแบ่งวันที่ของโหราศาสตร์แต่ละแบบจึงไม่เหมือนกันนั่นเอง

ส่วนตัวผมเอง ผมจะใช้โหราศาสตร์แบบตะวันตกในการแบ่งราศี เนื่องจากผมใช้การพยากรณ์แบบไพ่ทาโร่ต์ หรือ ไพ่ยิปซี ซึ่งตามประวัติและแนวคิดของไพ่ได้ใช้โหราศาสตร์ตะวันตกในการสร้างไพ่มากพอสมควร จึงคิดว่าจะเหมาะสมกว่าในหลายๆเรื่องโดยเฉพาะเรื่องของการพยากรณ์ช่วงเวลา

หวังว่าบทความนี้ให้มอบความเข้าใจให้แก่ผู้ที่สงสัยได้นะครับ 🙂

หาลัคนาของตัวเองโดยประมาณ (แบบตามหลักโหราศาสตร์ไทย)

ในการดูดวงตามราศีเกิด สิ่งที่ผู้มาดูควรจะรู้นอกจากราศีแล้ว ลัคนายังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้การดูดวงครั้งนั้นๆ เฉพาะเจาะจงกับเรามากขึ้น

สำหรับโพสนี้จะเป็นการสอนการหาลัคนาของแต่ละท่านโดยอาศัย วัน/เดือน เกิด และเวลาเกิด ซึ่งถ้าหากท่านใดไม่ทราบเวลาเกิดก็จะไม่สามารถหาลัคนาได้

ในที่นี้จะแบ่งการหาลัคนาตามระบบของไทย ซึ่งเป็นการหาลัคนาโดยประมาณเท่านั้น อาจจะมีการคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงอยู่บ้าง ซึ่งหากต้องการให้ถูกต้อง 100% อาจจะต้องให้การคำนวณที่ยุ่งยาก ซึ่งบางท่านอาจจะไม่สะดวก ผมจึงตัดสินใจใช้ตารางการหาลัคนาโดยประมาณ เพื่อความสะดวกในเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการทราบลัคนาโดยละเอียด ท่านสามารถคำนวณลัคนาของตัวเองได้โดยใช้โปรแกรมที่มีอยู่ตามเว็บไซต์อื่นๆที่มีอยู่ทั่วไปได้

การใช้นั้นง่ายมาก โดยใช้ตารางด้านล่างนี้

  1. ด้านบนเป็น วัน/เดือน เกิด
  2. ด้านข้างเป็น เวลา เกิด (หากใครไม่ทราบเวลาเกิดให้ใช้เวลาเกิดเป็น 06:00 แทนนะครับ)

ตัวอย่างการหาลัคนา :

  • เกิดวันที่ 13 เม.ย. เวลา 13:13 น. จะได้ลัคนาเป็นราศี สิงห์
  • 13 เม.ย. อยู่ในหลัก หลัก 13 เม.ย. – 13 พ.ค. (แถวที่ 4 จากบน)
  • 13:13 น. อยู่ในแถว 13:00 – 14:59 (หลักที่ 5 จากซ้าย)

ตารางหาลัคนาโดยประมาณ

หากท่านใดเคยหาลัคนาของโดยใช้หลักโหราศาสตร์ตะวันตกแล้วพบว่าไม่ตรงกับลัคนาของไทยไม่ต้องตกใจไป เนื่องจากการคำนวณของทั้ง 2 ระบบจะไม่เหมือนกัน ให้ใช้ตามที่หมอดูแต่คนแจ้ง หากท่านใดใช้ศาสตร์ตะวันตกก็ควรใช้ลัคนาของตะวันตก ของไทยก็เช่นกัน

สีมงคล สีนำโชคในแต่ละวัน

สีมงคล สีนำโชค ในแต่ละวัน

ข้อมูลจาก  :  www.duangnam.com

ปกติในวิดีโอดูดวงรายเดือนของผม แต่ละราศีจะมีสีนำโชคของแต่ละราศีอยู่แล้ว แต่ในบทความนี้จะเป็นสีที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ทุกวัน รวมถึงสีที่ไม่ควรใช้ด้วย

สีแต่ละสีนั้นสามารถเสริมพลังในเรื่องที่แตกต่างกันไป โดยในที่นี้จะเน้นที่ 4 เรื่องหลัก คือ

  1. โชคลาภ : โดยเฉพาะเรื่องของการเงิน
  2. ความสำเร็จ : ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเรียน หรือการแก้ปัญหาต่างๆ
  3. อำนาจ : สามารถช่วยให้มีอำนาจในการทำสิ่งต่างๆ ผู้คนเคารพในการตัดสินใจ
  4. บริวาร : ช่วยเรื่องเพื่อนพ้อง หรือแม้แต่ลูกน้องที่ทำงานร่วมกัน

การใส่สีมงคล สีนำโชคที่ง่ายที่สุดคงไม่พ้นการสวมเสื้อสีนั้นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมเรื่องกาละเทศะ ไม่ว่าคุณต้องการเสริมพลังมากแค่ไหน ความเหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่หากคุณต้องการที่จะใช้สีนั้นเสริมพลังจริงๆ ยังมีวิธีอื่นๆที่พอสามารถทำได้ ซึ่งผมได้เขียนไว้อยู่ในบทความก่อนหน้านี้

รูปด้านล่างนี้จะเป็นสีนำโชค สีมงคลแยกตามวันต่างๆ

วันอาทิตย์

วันจันทร์

วันอังคาร

วันพุธ

วันพฤหัสบดี

วันศุกร์

วันเสาร์

วิธีใช้สีนำโชคในแต่ละเดือน

สีแต่ละสีที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันต่างมีพลังที่ซ่อนอยู่ บางสีสามารถทำให้เรามีพลัง บางสีทำให้เรารู้สึกสดชื่อ หรือบางสีก็สามารถทำให้เรารู้สึกสงบ และมีสติ การใช้สีเพื่อเสริมพลังหรือนำโชค นอกจากจะทำเสริมพลังให้กับตัวเองแล้ว ผู้คนรอบๆก็สามารถได้รับผลหรือพลังจากสีนั้นๆด้วยเช่นกัน

การใช้สีเหล่านี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสีของเสื้อเพียงอย่างเดียว สำหรับเนื้อหาของโพสนี้จะพูดถึงการใช้สีในแบบต่างๆที่สามารถใช้ได้ เพื่องานต่อการหา การพก ไม่ว่าจะเป็นผู้หญฺงหรือผู้ชายก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

เครื่องแต่งกาย

อันนี้ง่ายที่สุดและค่อนข้างจะได้ผลที่สุด เพราะว่ามองเห็นได้ชัดเจน

สำหรับผู้หญิง เครื่องแต่งกายนั้นอาจจะเป็นทั้งเสื้อ กระโปรง รองเท้า หรือแม้แต่กางเกงก็ได้ และ สำหรับผู้ชายก็อาจจะเป็นเสื้อเชิ๊ต โปโล รองเท้า หรือถุงเท้าก็ได้เช่นกัน

เครื่องประดับ

หากบางท่านที่ทำงานที่มีเครื่องแบบ อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนสีเสื้อของตัวเองให้เป็นสีนำโชคประจำเดือนนั้นๆได้ การใช้เครื่องประดับก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถนำสีนำโชคพกติดตัวไปที่ได้ก็ได้

สำหรับผู้หญิง เครื่องประดับอาจจะเป็นได้ทั้ง กิ๊บติดผม ยางรัดผม สร้อยคอ ผ้าพันคอ ต่างหู หรือแหวน แม้กระทั่งกระเป๋าเงินก็ได้เช่นกัน

สำหรับผู้ชายก็อาจจะใช้เนคไท ผ้าเช็ดหน้า นาฬิกา หรือกระเป๋าเงินก็ได้เช่นกัน

สิ่งของอื่นๆที่นำติดตัวได้

หากท่านไม่สามารถสวมเครื่องประดับได้ ท่านก็สามารถพกสิ่งของที่มีนำโชคได้เช่นกัน เช่น ธนบัตร 20 (สีเขียว) 50 (สีฟ้า-น้ำเงิน) เป็นต้น หรือจะเป็นพวงกุญแจ ปากกา รูปภาพ หรือสำหรับผู้หญิงการทาเล็บก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้

หากไม่มีของเหล่านี้การพกเศษผ้า หรือเศษกระดาษก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ผลที่ได้อาจจะน้อยมากๆ

การทานอาหาร

การเลือกทางอาหารที่มีสีนำโชคก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องเลือกทานหน่อยโดยเฉพาะเดือนที่ท่านได้สีนำโชคที่เป็นสีแปลกๆ เช่นมีฟ้า สีเทา ซึ่งอาจจะหาอาหารทานได้ยาก แทนที่จะทานอาหารสีเหล่านั้นลองหาช้อน หรือภาชนะที่เป็นสีเหล่าทดแทนได้เช่นกัน

การนั่งสมาธิ หรือเพ่งสี

หากหาไม่ได้แล้วจริงๆ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็หาสิ่งที่เป็นสิ่งของติดตัวไม่ได้ แนะนำให้ใช้การนั่นสมาธิระลึก หรือจินตนาการสีเหล่านั้น หรือหากไม่สามารถนึกถึงสีที่แน่นอนได้ ก็สามารถหารูปภาพ หรือค้นหาภาพจากอินเตอร์เนต จากนั้นให้ทำสมาธิโดยดูภาพนั้นไปด้วย การทำสมาธิและการมองสีก็สามารถรับพลังจากสีนั้นๆได้เช่นกัน

การใช้สีนำโชค สีเสริมพลังเป็นเพียงแค่ตัวช่วยแค่ส่วนหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องลงมือทำ และใช้พลังเหล่านั้นในทางที่ถูกต้อง หากคุณทำอย่างเต็มที่แล้ว สีจะเสริมคุณให้ผลที่ออกมาดียิ่งขึ้นไปอีก

วิธีใช้เลขนำโชคในแต่ละเดือน

ตัวเลขแต่ละตัวมีความหมายที่แตกต่างกัน บางเลขหมายถึงการเริ่มต้น บางเลขหมายถึงความมั่นคง และบางเลขก็หมายถึงโชคลาภที่กำลังจะเข้ามา การใช้เลขเหล่านี้ไม่จำเป็นจะต้องนำไปเสี่ยงดวง ซื้อเลขท้าย หรือการพนัน การใช้เลขเหล่านี้กับเรื่องต่างๆ เช่น เวลา หรือจำนวนเงินก็ได้เช่นกัน

เลขท้ายธนบัตร

หากคุณมีธนบัตรที่มีเลขท้ายเป็นเลขนำโชคของคุณประจำเดือนนั้น อย่าลังเลที่จะเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋าเงินของคุณ แต่ก็เก็บให้มิดชิดหน่อยเพื่อป้องกันเวลาคุณเผลอจะได้ไม่หยิบนำไปใช้

ผลรวมของเงินในกระเป๋า

หากคุณหาเลขท้ายธนบัตรได้ยาก ก็สามารถใช้ผลรวมของเงินในกระเป๋าได้เช่นกัน ซึ่งกระเป๋าเงินนี้อาจจะแยกเอาไว้อีก 1 ใบ อาจจะเป็นกระป๋องเงิน หรือกระปุกก็ได้ แต่หากเลขนำโชคของคุณในเดือนนั้นเป็นเลข 0 ก็สามารถเก็บเงินให้ลงท้ายด้วย 0 ได้เหมือนกัน ไม่แนะนำให้ใช้เงินจนเหลือ 0 นะครับ

เวลาที่จะทำสิ่งต่างๆที่สำคัญ

คุณอาจจะใช้ช่วงเวลาที่เลขนำโชคของคุณปรากฎอยู่ ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมง นาที หรือแม้แต่วินาที แต่หากเดือนนั้นคุณได้เลขที่มากกว่า 60 ขึ้นไป คุณอาจจะรวมเลขนำโชคแต่ละหลักก่อน เช่น 1000 ก็จะได้เป็น 1+0+0+0 => 1 เลข 1 ก็เป็นเลขนำโชคได้เช่นกัน

จำนวนบทสวด หรือจำนวนนาทีที่ใช้นั่งสมาธิ

หากคุณสวดมนต์หรือนั่งสมาธิเป็นประจำ การใช้เลขนำโชคเป็นตัวกำหนดระยะเวลาหรือจำนวนบทสวดก็สามารถใช้ได้เช่นกัน หากเลขนำโชคในเดือนนั้นของคุณเป็นเลขที่เยอะมาก เดือนนั้นคุณอาจจะแบ่งเป็นส่วนๆเพื่อทำให้ได้ครบทั้งเดือนก็ได้ เช่น เลข 100 คุณอาจจะแบ่งเป็น 10 บท ใน 10 วัน หรือนั่งสมาธิ 5 นาที 20 วันก็ได้

เลขเด็ด เสี่ยงดวง

อันนี้แนะนำว่าให้เล่นแต่พอดี เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้และเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ หากมีเลขจากที่อื่นๆ เช่น จากข่าว จากเพื่อนๆ แล้วเลขนั้นตรงกับของเราพอดี ก็มีโอกาสที่เลขนี้จะเป็นเลขของเราจริงๆ

การใช้เลขนำโชค เลขเสริมพลังเป็นเพียงแค่ตัวช่วยแค่ส่วนหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องลงมือทำ และใช้พลังเหล่านั้นในทางที่ถูกต้อง หากคุณทำอย่างเต็มที่แล้ว ตัวเลขจะเสริมคุณให้ผลที่ออกมาดียิ่งขึ้นไปอีก

การหาลัคนาด้วยตัวเองโดยละเอียด (แบบตะวันตก)

ในโพสนี้จะเป็นการแสดงวิธีการหาลัคนาโดยละเอียดผ่าน Website ซึ่งทุกท่านสามารถทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้เพื่อหาลัคนาของท่านเอง

การหาลัคนาด้วย Website นี้เป็นการหาลัคนาแบบตะวันตก ซึ่งหากใครพบว่าลัคนาที่ท่านเคยทราบมาไม่ตรงกับการหาลัคนาของที่นี่ อาจจะเป็นเพราะการหาลัคนาของท่านอาจจะเป็นการหาด้วยหลักโหราศาสตร์ไทย หรือหลักอื่นๆ

ส่วนการจะเลือกลัคนาไหนในการดูดวงนั้นให้ยึดจากอาจารย์ที่ดูดวงให้ท่านเป็นหลัก หากอาจารย์ท่านใดใช้โหราศาสตร์ไทยในการหาลัคนาหรือการแบ่งราศี ก็ให้ท่านใช้ราศีตามหลักของอาจารย์ท่านนั้นๆ

แนะนำให้อ่านขั้นตอนทั้งหมดก่อนแล้วค่อยไปหาลัคนาตาม website ที่แจ้งไว้เพื่อลดความสับสนนะครับ

ขั้นตอนการหาลัคนาแบบตะวันตกมีดังต่อไปนี้

1.เข้าไปที่ https://www.astrosofa.com/horoscope/ascendant

2เลือกวันเกิดของท่าน

ช่อง 1 เป็นเดือนเกิด

ช่อง 2 เป็นวันเกิด

ช่อง 3 เป็นปีเกิด

ตารางเปรียบเทียบเดือนภาษาไทย – อังกฤษ
มกราคมJanกุมภาพันธ์FebมีนาคมMar
เมษายนAprพฤษภาคมMayมิถุนายนJun
กรกฎาคมJulสิงหาคมAugกันยายนSep
ตุลาคมOctพฤศจิกายนNovธันวาคมDec

3. ต่อมาระบุเวลาเกิดโดยช่อง 1 จะเป็นชั่วโมง และช่องที่ 2 เป็นนาที

ตารางเปรียบเทียบเวลาเกิดภาษาไทย – อังกฤษ
เที่ยงคืน12AMเที่ยงวัน12AM
ตี 11AMบ่าย 11PM
ตี 22AMบ่าย 22PM
ตี 33AMบ่าย 33PM
ตี 44AMบ่าย 44PM
ตี 55AMบ่าย 55PM
6 โมงเช้า6AM6 โมงเย็น6PM
7 โมงเช้า7AM1 ทุ่ม7PM
8 โมงเช้า8AM2 ทุ่ม8PM
9 โมงเช้า9AM3 ทุ่ม9PM
10 โมงเช้า10AM4 ทุ่ม10PM
11 โมงเช้า11AM5 ทุ่ม11PM

 

4. พิมพ์ชื่อเมืองเกิดของท่าน เพื่อความสะดวกแนะนำให้พิมพ์ว่า Bangkok จากนั้นรอจนกว่าจะมีรายการขึ้นให้ท่านเลือก จากนั้นเลือกรายการแรก

5. กดปุ่มนำ้เงินเพื่อคำนวณ

6. ราศีที่อยู่ซ้ายสุดคือลัคนาของท่าน

ตารางเปรียบเทียบราศีภาษาอังกฤษ – ไทย
AriesราศีเมษLibraราศีตุลย์
TaurusราศีพฤษภScorpioราศีพิจิก
GeminiราศีเมถุนSagittariusราศีธนู
CancerราศีกรกฎCapricornราศีมังกร
Leoราศีสิงห์Aquariusราศีกุมภ์
Virgoราศีกันย์Piscesราศีมีน

The Emperor : ราชาและรากฐาน

The Emperor เป็นไพ่หมายเลข 4 ของสำรับไพ่ Tarot โดยทั่วๆไปแล้วจะหมายถึงอำนาจ การปกครอง หากเป็นเรื่องบุคคลก็จะเป็นคนที่ทรงอำนาจ มีบทบาทและมีอำนาจในการตัดสินใจหรือควบคุมในสิ่งต่างๆได้ ถ้าเป็นอาชีพคงหนีไม่พ้นทหาร ตำรวจ หรือหัวหน้างาน จนถึงเจ้าของบริษัท

สัญลักษณ์ต่างๆบนไพ่ต่างส่งเสริมความหมายในเรื่องประวบการณ์และอำนาจได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเคราที่ยาวแสดงถึงประสบการณ์ ลูกโลกและไม้เท้าที่แสดงถึงอำนาจต่างๆที่อยู่ในมือ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แว่บเข้ามาในหัวและค่อนข้างน่าสนใจนั่นคือ ความหมายของหมายเลข 4

หมายเลข 4 โดยปกติจะเป็นเลขของรากฐาน ความมั่นคง โดยเฉพาะหากเราจินตนาการถึง 4 เหลี่ยม หรือรูปทรง 4 เหลี่ยม เราก็จะรู้สึกถึงความมั่งคงมากขึ้น เวลาเราต้องการที่จะสร้างอะไรก็ตาม การใช้รูปทรง 4 เหลี่ยมน่าจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนชอบใช้ อาจจะเป็นเพราะมันสามารถต่อ เสริม ตกแต่งเพิ่มเติมขึ้นไปได้ง่ายกว่ารูปทรงอื่นๆ

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับราชาผู้มากประสบการณ์คนนี้ล่ะ

p_20180418_204501_1-423437094.jpg

ราชาที่สามารถสร้างเมือง ปกครองเมืองได้อย่างยาวนาน ย่อมจะต้องมีรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง ใช้รูปทรงที่ดูมั่งคง หากรากฐานที่สำคัญดันใช้รูปทรงแปลก เช่น ปิรามิด หรือ ทรงกลม การที่จะต่อยอด หรือให้ผู้อื่นมา สร้างต่อนั้นคงเป็นไปได้ยาก รากฐานเหล่านั้นอาจจะเป็นความน่าเชื่อถือ อำนาจที่อยู่ในมือ หรือแม้แต่ทรัพย์สิน

แต่เรา คนตัวเล็กๆอย่าเราที่ไม่ต้องไปปกครองใคร เราจะให้ไพ่ใบนี้สอนอะไรเราได้บ้าง

คำแนะนำทั่วๆไปอาจจะเป็น ให้ใช้อำนาจที่มี ใช้ประสบการณ์ให้เต็มที่ในการแก้ปัญหา แต่ผมเห็นอีกมุมมองนึงนั่งคือรากฐาน

การจะทำอะไรก็แล้วแต่เพื่อเป้าหมายในระยะยาวแล้ว รากฐานเราต้องดี เพื่อที่จะสามารถต่อยอดไปได้ไม่รู้จบ บางครั้งเรื่องบางเรื่องเราคิดว่าเรารู้อยู่แล้ว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก มันคือการละเลยการสร้างรากฐานที่ดี เหมือนเอาลูกแก้วไปปูพื้นบ้าน มันก็ใช้ได้ แต่จะสร้าง หรือว่าอะไรบนมันได้อีกล่ะ

การทบทวน และปรับพื้นฐานบ่อยๆก็เป็นสิ่งสำคัญ เหมือนการอัดดินที่ปูไว้อยู่ให้แน่นยิ่งขึ้น แต่หากเราละเลยไม่สนใจมัน ก็ไม่ต่างอะไรกับดินแห้งจนเป็นโพรงเหมือนใต้ฟุทบาทข้างถนน

เพราะฉะนั้นเมื่อไพ่ใบนี้ปรากฎขึ้นมา ก่อนที่เราจะใช้อำนาจใดๆในมือไปแก้ปัญหา ลองสำรวจตัวเองก่อนว่าฐานของภูเขาที่เรานั่งอยู่นั้น มันแน่นแค่ไหน